PorscheCayenneS 3.0V6 Hybrid ปี2013

PorscheCayenneS 3.0V6 Hybrid ปี2013

ชื่อ “Cayenne” นั้น เมื่อผมไปค้นหาความหมายของมันดู ก็พบว่ามีสองอย่าง หนึ่ง คือเป็น
เมืองหลวงของ French Guiana และสอง คือ พริกแดง (Red Hot Chilli Pepper..
เครื่องเทศนะครับไม่ใช่วงดนตรี) และรวมถึงพริกป่นที่ทำมาจากพริกตระกูลนี้ด้วย
ซึ่งคิดไปคิดมามันก็เข้ากันดีกับตัว S และ E ในชื่อรุ่น S=Salt และ E=Egg อืม…เดี๋ยว
นี่มันไม่ใช่ช่วง DriveThru หรือ Cooking with MayT นะ..

Porsche Cayenne ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิด”Spread “ มีวัตถุประสงค์เพื่อการขับขี่ใน
ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับไปทำงาน ขับขี่แบบออฟโร้ด หรือแม้แต่ขับบนสนามแข่ง
และต้องให้สัมผัสขับขี่ที่สุนทรีย์ในทุกสภาวะถนน ไม่ว่าจะขรุขระเพียงใดก็ตาม (ซึ่งเหมาะมาก
กับสภาพถนนหนทางในประเทศไทยที่ซ่อมแล้วซ่อมอีก ซ่อมไม่เคยหยุด และสภาพที่ซ่อมแล้ว
ก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ยังไม่ซ่อม บางเส้นทางถนนต้องเรียกว่าดีกว่าทางเกวียนนิดหน่อย)
ต้องเป็นห้องโดยสารอันกว้างขวางขนาด5ที่นั่ง พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ที่มีคุณภาพสูงซึ่งออกแบบให้ตรงตามDNAของ Porsche ทุกประการ

Cayenne รุ่นแรก ผลิตที่โรงงานในบ้านเกิดเยอรมนี โดยปรากฎกายแก่สายตาชาวโลก

 

รูปลักษณ์ภายนอก : แลดูดั่งพญากบผู้มีอันจะกิน
Cayenne ยังคงยึดถือแนวทางการสร้างรถของ Porsche ที่ต้องมุ่งเน้นสมรรถนะ แม้ว่าจะเกิด
มาเป็น SUV ก็ต้องมีบุคลิกการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ผมมองรถทดสอบที่วิ่งไปมาผ่านโค้งผ่านกรวย
ที่เรียงไว้ในสนามก็พอจะเข้าใจคำว่า Porsche DNA อยู่ ท่าทางของรถบวกกับดีไซน์ของมันทำ
ให้น้อยคนจะทราบว่า Cayenne คือ SUV หนักสองตันกว่าๆ ไฟหน้าBi-Xenon แบบ Floating
Four-Point LED Daytime Running Lights ไฟท้ายแบบ 4 ชิ้นส่วน Four Part Design ไฟเลี้ยว
จัดวางไว้ตรงกระจกมองข้างแทนการติดตั้งที่แก้มหน้ารถ ปลายท่อไอเสียท่อคู่ทั้งซ้ายขวา
แลดูผสมผสานได้เข้ากันกับด้านหลังรถอย่างลงตัว สปอยเลอร์หลังคาเชื่อมต่อเป็นแผ่นเดียว
ไร้รอยต่อ เข้ากันกับลายหลังคาอย่างไม่รู้สึกขัดสายตา

 

เส้นสายตัวรถออกแบบได้โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต กลมกลืนกันทั้งความงดงามและดุดัน
หน้ารถ แก้มหน้า ฝากระโปรงรถ ฝากระโปรงด้านหน้ากว้างขวาง มีช่องว่างด้านข้างที่ปีกนก
ช่องดักอากาศตรงกลางเล็กกว่าโฉมที่แล้ว ทำให้ด้านหน้ารถดูโฉบเฉี่ยว ช่องดักอากาศ
ด้านข้างมี 2 ตัว เหมือนรถมีมัดกล้ามทะมัดทะแมงทรงพลัง ตัว Airbladeทั้งสองข้างของ
ด้านหน้ารถ ก็ติดตั้งไว้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องระบายความร้อน

รูปลักษณ์ภายใน : หรูหรา เลอค่า ที่พญากบคู่ควร

โทนสีภายในห้องโดยสารของรถทดสอบคันที่ผมมีโอกาสในขับนั้น ตกแต่งด้วยสีเบจ ไม่เว้นแม้
แต่พวงมาลัยที่เดินด้ายสีเบจเช่นกัน พวงมาลัยเป็นแบบรถสปอร์ต เรียกว่าเป็นพวงมาลัยสปอร์ต
อเนกประสงค์ก็ได้ เพราะมาพร้อมกับแพดเดิลชิฟท์ที่ใช้ในรุ่น 918 Spyder (Multifunction
Sports Steering Wheell With Shift Paddles) เบาะหน้านั่งนุ่มสะดวกสบาย โอบรับช่วงขาได้
หมดจดสำหรับชายร่างเล็กขนาดกะทัดรัดอย่างผม (และผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันพอสำหรับบุรุษ
ร่าง Super-size เพิ่ม 20 บาทอย่างพี่ Pan Paitoonpong ด้วย) เบาะหลังไม่ได้ลองนั่ง แต่เท่าที่ดู
จากข้อมูล ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งเบาะแบบพ่นลม(Seat Ventilation)ได้ด้วย  พูดถึงออพชั่น
เสริมที่ลูกค้าเลือกใส่รถเองได้ยังมีอีก คือ ฟังค์ชั่น”Soft Close”ให้กับประตู เหมาะสำหรับการ
เปิดประตูในพื้นที่จำกัด,กระจกหน้าแบบให้ความร้อน อันนี้เหมาะกับเมืองหนาวมากกว่า
ประเทศไทยที่อากาศร้อนเสียส่วนมาก

ระบบเชื่อมต่อ Audio Interface เป็นชุดอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้ทุกรุ่นย่อยของ Cayenne
รวมทั้งในCayenne S E-HYBRIDคันนี้   อีกทั้งยังมีระบบPorsche Car Connect ที่ช่วยให้เข้าสู่
ข้อมูลของรถได้สะดวกและรวดเร็ว สามารถควบคุมฟังค์ชั่นการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกอีกอย่างที่น่าสนใจคือ ระบบช่วงล่างแบบถุงลม หรือ Air Suspension
โดยกดปุ่มบริเวณข้างที่เก็บสัมภาระ รถจะลดระดับลงอีก 52 มิลลิเมตรจากระดับของช่องเก็บ
สัมภาระ รวมถึงประตูท้ายรถจะเปิดด้วยเช่นกัน ทำให้ใส่ของได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ทีนี้เรามาดูอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บ้าง

ระบบPark Assist ที่มีมาให้ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ที่มาพร้อมSurround View ที่ทำงานผ่านกล้อง
ที่มีความละเอียดสูงถึง3ตัว ติดตั้งที่ด้านหน้ารถ และกระจกข่างทั้งสองฝั่ง เพิ่มเติมจากกล้องที่ติด
ไว้สำหรับใช้ในการถอยหลังหรือ Reversing Camera โดยระบบจะคำนวณภาพที่ได้จาก
กล้องทั้ง4ตัว ก่อนจะทำการแสดงผลผ่านหน้าจอในนาม Porsche Communication
Management(PCM)

ระบบAdaptive Cruise Control ตั้งค่าความเร็วได้หลากหลาย ตั้งแต่30-210 ก.ม./ช.ม.
ซึ่งผมสงสัยมากว่ากี่คนที่จะบ้า Set Cruise ที่ 200 ? มันอันตรายเกินกว่าที่จะปล่อยเท้า
ตามสบายหรือเปล่า? แต่กระนั้นมันก็มีระบบตรวจจับช่วยอยู่ ซึ่งเวลาวิ่ง ถ้าหากระยะห่าง
ของรถคันหน้าลดลง ระบบจะเบรกเองอย่างนิ่มนวล และหากจำเป็นในสถานการณ์คับขัน
ระบบจะเบรกจนรถหยุด จากนั้นรถจะสามารถเร่งกลับไปที่ความเร็วเดิมที่เซ็ตไว้ได้อีกครั้ง
ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร ณ ขณะนั้นเข้าใจว่ามีอิเล็กทรอนิกส์ช่วย..ปลอดภัย..
แต่ นึกถึงการ Cruise 200 แล้วยังเสียวๆอยู่ดี

ระบบPorsche Active Safe(PAS) เจ้าระบบ PAS นี้จะทำงาน ในขณะที่เข้าใกล้รถคันหน้า
เร็วเกินไป จะเกิดภาพและเสียงเป็นสัญญาณเตือนให้เห็นว่า “ใกล้ไปแล้วว้อย” และ
สั่งการเบรกด้วยน้ำหนักเบรกที่เหมาะสมให้ อันนี้ไม่ใช่ของแปลกแล้วครับ ไม่ต้องเป็น
Porsche ก็ได้ ค่ายอื่นก็มีและมีในรถระดับราคาที่คนฐานะปานกลางเอื้อมถึงกันแล้ว
และมันจะยังทำงานอยู่แม้ระบบ Adaptive Cruise Control จะถูกปิดการใช้งานไว้ก็ตาม

Conventional Cruise Control ใช้งานร่วมกับเบรกได้ เช่น หากกำลังขับรถลงจากเขา
เมื่อถอนคันเร่งแต่ความเร็วยังลดลงมาไม่เพียงพอ ระบบPost Collision Brake จะออกมา
ช่วยทำงาน

ผมค่อนข้างเน้นพวกอุปกรณ์ความปลอดภัยในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าระบบพื้นฐานอื่นๆ
ไม่มีนะครับ ABS ถุงลมรอบคัน มีอยู่แล้ว แต่พูดเฉพาะส่วนที่ผมมักไม่ค่อยได้พบในรถ
SUV/PPV ระดับทั่วไปเท่านั้นเอง

รายละเอียดทางวิศวกรรม และการทดลองขับ

Porsche Cayenne S E-HYBRID มาด้วยเครื่องยนต์ 2,995 ซี.ซี. V6 กระบอกสูบ 84.5 ม.ม.
อัตราส่วนกำลังอัด 10:5:1 พละกำลังเครื่องยนต์ 333แรงม้า ที่ 5,500-6,500รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุดที่440นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ 3,000-5,250รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน
แบบPararell Full Hybrid With Plug-in Technology เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดมาพร้อม
มอเตอร์ไฟฟ้า และDecoupling Clutch

เมื่อมอเตอร์ทำงานบวกกับพละกำลังเครื่องยนต์จะทำให้สร้างพลังได้ถึง 416แรงม้า
(306กิโลวัตต์) ที่รอบเครื่องยนต์5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 590 นิวตันเมตรที่รอบ
เครื่องยนต์ 1,250-4,000รอบต่อนาที พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์แบบไฟฟ้า
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ8จังหวะ

 

Options

Engine
Number of cylindersV6
Displacement2013
Drive layoutFWD
Horespower333HP
@ rpm5,500-6,500
Torque (อัตราส่วนกำลังอัด)10:5:1
Compression ratioDiesel Hybrids
Performance
Top Track Speed253 กิโลเมตร/ชั่วโมง
0 - 100 mph5.1 s
Transmission
TypeAutomatic Transmission
Displacement8 Speed
ราคาเพียง ฿ 2 790 000
รวมภาษีและบริการตรวจเชคสภาพรถ
BodyCoupe
Fuel type/เชื้อเพลงDiesel, Hybrid
Engine/เครื่องยนต์3.0
Year/ปี2013
Transmission/เกียร์Automatic
Drive/ขับเคลื่อนFWD
Exterior Color/สีภายนอกBlack
Interior Color/สีภายในCream, White beige
Financing calculator
Vehicle price (฿ )
Interest rate (%)
Period (month)
Down Payment (฿ )
Calculate
Monthly Payment
Total Interest Payment
Total Amount to Pay

Contact / ติดต่อด่วนได้ที่