Mercedes-Benz A250 AMG Sport ปี 2014

Mercedes-Benz A250 AMG Sport ปี 2014

หากคุณอยากจะเริ่มต้นขับรถ Mercedes สักคัน  A-Class  ถือเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ตอบโจทย์   ทั้งจากรูปลักษณ์แบบ Hatchback ที่ดูหรูหรา ทันสมัย   กระทัดรัด  และมากับราคาในระดับ Entry Level   เริ่มต้น  1.89 ล้าน  ในรุ่น A180  ไปจนถึง Top Line อย่าง     A45 AMG   ที่ราคา  5.79 ล้านบาท      และรุ่น A250 AMG Sport  คันนี้ ที่เราได้มีโอกาสทดสอบกันเต็มๆ    ซึ่งบอกได้เลยว่า หากได้ลองลิ้มรส เจ้า A250 คันนี้แล้ว  คุ้มค่าราคาอย่างแน่นอน    มาดูกันเลยว่า A250  คันนี้จะขับดีสักเพียงใด

ภายนอก  Mercedes-Benz A-Class  ที่รูปลักษณ์ดูดีมีเสน่ห์  การันตีด้วยรางวัล Auto Bild Design Award 2012 ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเผินๆ  เหมือนจะเป็นรถขนาดเล็ก  แต่เอาเข้าจริง  เมื่อวัดจากความยาวลำตัว ที่  4,292 มม.  และระยะฐานล้อ 2,699 มม.   นั่นถือว่ามันเป็นรถในกลุ่ม C-Segment หรือ  Compact Hatchback  เต็มตัว    นอกจากนั้นน้ำหนักตัวก็ใช่ย่อย  เพราะหนักราวครึ่งตัน  (1,445 กก.)  ซึ่งเบากว่า C250 เพียง 110 กก.

A250 AMG Sport คันนี้โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond Grille เสริมความหรูหรา  สวมชุดแต่ง AMG Sport รอบคัน   แถมด้วยแถบสีแดงบริเวณชายล่างกันชนหน้า-หลัง   สำหรับท่อไอเสียคู่  ก็ดูรับกับช่อง Rear Diffuser ที่ชายกันชนหลัง     ปิดท้ายด้วยล้อ AMG ขอบ 18”  แบบ 5 แฉก พร้อม ยาง Pilot Sport 3  ขนาด 235/40/18     ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องสมรรถนะที่ดีในการขับขี่     และ  ยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ที่ 0.27  ซึ่งถือว่าเป็นรถที่มีอากาศพลศาสตร์ดีทีเดียว   แต่ยังสู้แฝดพี่น้องร่วมฝา อย่าง CLA  ไม่ได้ เพราะ CLA ถือเป็นรถที่มีค่า CD ต่ำที่สุดในโลก Production Car  เพียง 0.22  เท่านั้น

ภายใน   A250 AMG Sport  ใช้วัสดุเบาะหุ้มหนัง Artico สลับกับ Dinamica Microfibre  ซึ่งใช้หนังสีดำเดินด้ายแดง   รูปทรงเบาะกึ่งสปอร์ตที่มีปีก ช่วยให้เวลาเข้าโค้งและลำตัวไม่ไหลหลุดจากเบาะ  แต่ปีกนั้นไม่โอบสูงถึงหัวไหล่  เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป  แถมปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ค่า ทั้งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

แผงคอนโซลกลางตกแต่งลายเคฟล่า  เข้ากับ look sport    มีหน้าจอแบบ Freestand  เชื่อมต่อกลับกล้องมองหลัง   ซึ่งดูความละเอียดภาพจะน้อยไปหน่อย    สั่ง Command ได้จากปุ่มหมุนวงกลม

พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน มีขนาดที่อวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือไปสักหน่อย  หากผู้ที่มีมือขนาดเล็ก อาจจับได้ไม่กระชับนัก

ก้านเกียร์ที่อย่ทางฝั่งขวาของพวงมาลัย     การปรับเลือกตำแหน่งเกียร์จะใช้สวิทช์ขวามือเป็นตัวบังคับ

ก้าน Cruise Control และ Speed Limit   ที่อยู่ด้านซ้ายล่างของพวงมาลัย  ดูจะวางตำแหน่งได้ไม่ดีนัก   เพราะถ้าผู้เขียนไม่ได้ถ่ายรูปภายในก็จะไม่สังเกตุเห็นเนื่องจากพวงมาลัยแบบ  3 ก้านบังไว้สนิท

และการใช้ดูจะลำบากสักเล็กน้อย  เพราะจะต้องใช้ความรู้สึกในการดันก้านขึ้น หรือลง  เพียงหนึ่งครั้ง จะเป็นการเปิดการทำงานของ ทั้ง 2 ระบบ ซึ่งจะเลือกสลับกันระหว่าง Cruise Control และ Speed Limit  หลังจากเปิดการทำงาน เมื่อดันก้านขึ้น ก็จะเป็นการปรับเลื่อนความเร็วมากขึ้น ถ้าดันลงก็จับลดความเร็วลง     และกดปุ่มตรงปลายก้านลงไปตรงๆ  เพื่อ cancel ระบบ

สำหรับระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ thermatic   จะหมุนเวียนอากาศภายในออกไปทุกๆ  ชม. ซึ่งจะต้องกดปุ่ม หมุนเวียนอากาศในห้องโดยสารใหม่   เนื่องจาก รถ Mercedes ทุกคัน   เซ็ตไว้เช่นนี้เพื่อไล่อากาศเสียออก

สำหรับเบาะตอนหลังไม่สามารถพับแบบ 60:40 ได้   ด้านหลังมีที่เท้าแขนให้ ซึ่งสามารถวางแก้วกาแฟได้ 2 แก้ว      แต่หากลองมานั่งเป็นผู้โดยสารตอนหลัง   จะรู้สึกได้ทันทีว่ามันแข็งกระด้างมากๆ   และเวลาเคลื่อนผ่านลูกระนาด  อาจจะต้องยกก้น เอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการกระแทกจนตัวหลุดลอยเจ้าพนักพิง

ขุมพลังเครื่องยนต์  4 สูบ  เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์  ความจุ  1,991cc   ให้กำลัง 211 แรงม้า@5,500rpm  แรงบิด [email protected],200-4,000rpm  เคลมตัวเลข  0-100 กม./ชม.  ในเวลา 6.6 วินาที และ Top Speed  ที่ 240 กม./ชม.

ในการขับขี่ทั่วๆ ไปเมื่อเดินคันเร่งแบบแผ่วเบาอาจพบคันเร่งไฟฟ้าที่ดูแข็งไปสักนิด  การเคลื่อนตัวอาจเป็นไปได้ช้า   แต่เมื่อทันทีที่เติมคันเร่งลงไป ประมาณ 1/3  ไม่ว่าจะอยู่ที่โหมดการขับขี่ใด   รอบเครื่องยนต์ที่ระดับ 1,500rpm ขึ้นไปแล้ว จะสัมผัสได้ถึงแรงบิด  จำนวนมากมาฉุดกระชากที่เบาะหลัง    ทำให้คุณอาจร้อง “Wow”  ในใจ    และยิ่งกดกระแทกคันเร่งแบบจมมิดแล้วละก็  พละกำลังแรงม้าทั้งหมด  จะถูกถ่ายทอดออกมาภายในเสี้ยววินาที  ที่ต้องรอการทำงานของเกียร์  เพราะบูสต์  นั้นมาหนักให้สัมผัสได้ตั้งแต่รอบต่ำ   คือไม่ต้องรอเรียก   อัตราเร่งที่น่าประทับใจในช่วงออกตัวนั้นยังไม่พอ  เพราะหากคุณขับขี่ที่ความเร็วระดับ 120 กม./ชม.  และกระทืบคันเร่งลงไป  รอเพียงไม่กี่อึดใจ  เข็มบอกความเร็วจะโผล่ขึ้นไปชี้ที่ 180 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว

A250 คันนี้  มีสไตล์ฟีลลิ่งการขับขี่แบบดิบๆ   ไม่นุ่มนวล  ทั้งจากการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังจนถึงช่วงล่าง   นี่ล่ะรถสปอร์ตที่แท้จริง  ในคราบ รถ 5 ประตูบ้านๆ   แฝงพละกำลังเอาไว้ภายใต้ฝากระโปรงหน้า     ด้วยสมรรถนะในระดับนี้  คุณสามารถที่จะขับแซงรถบ้าน  แทบทุกคันได้อย่างไม่ยาก   รวมถึงรถบ้านที่โมดิฟายด์  หรือลงเทอร์โบ   หรือจะกระบะดันราง    รวมไปถึงรถสปอร์ต  หลากหลายรุ่น  ที่ต้องยอมสยบ

สำหรับโหมดการขับขี่ที่มีปุ่ม  E S M อยู่ด้านข้างไฟฉุกเฉิน     การขับขี่ที่โหมดปกติ  ทั่วไปคือ  โหมด E  ซึ่งในโหมดนี้  ที่ตำแหน่งเกียร์บนหน้าปัด จะขึ้นโชว์เป็น D และมีตัวเลขห้อยตามหลัง    ทันทีที่คุณปรับเป็นโหมด M ไม่ว่าจะกดที่ก้าน Paddle Shift ก็ตาม  คุณจะต้องสับเกียร์ด้วยตนเอง  และที่หน้าปัด จะโชว์ตำแหน่งเกียร์เป็นตัวเลข        สำหรับโหมด S  จะยังคงเป็นโหมดออโต้  ซึ่งการตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ จะให้ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น   ลากรอบได้มากขึ้น  การตอบสนองของคันเร่งไว้ขึ้น นิดหนึ่ง

ทางด้านขวาของปุ่มไฟฉุกเฉิน  จะเป็นปุ่ม Eco  ซึ่งเปิดการใช้งานระบบ Start/Stop   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำงานอัตโนมัติเมื่อ คุณเหยียบเบรกจนความเร็วเป็น 0  ภายในเวลาเพียงประมาณ 1-2 วินาที  เครื่องยนต์ก็จะดับลง  (ส่งผลให้คอมแอร์ตัดการทำงานด้วย)     และเมื่อคุณยกเท้าออกจากเบรกเครื่องยนต์ก็จะกลับมาติดทันที    ซึ่งในบางครั้งที่คลานรถติดในตัวเมืองมันทำให้น่ารำคาญมากพอสมควรเลย

เรามาลองดูตัวเลขสมรรถนะจากการทดสอบวัดจริงกันดู  จาก OBD  Bluetooth  ได้ค่าดังนี้

0-100 กม./ชม. ใน  7.466  วินาที     ¼ ไมล์  15.78 วินาที  ที่ความเร็ว 148 กม./ชม.

ด้าน Top Speed   เราทำได้ที่  225 กม./ชม.  ซึ่งหากมีระยะทางให้ไหลต่อ  น่าจะได้ใกล้เคียงกับตัวเลขเคลม

ในด้านตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากการขับขี่ใช้งานจริงในตัวเมืองที่รถติด  ได้ที่ 10.1 กม./ลิตร   และ การขับขี่เดินทาง  ที่ความเร็วเฉลี่ย 100-140 กม./ชม.    และมีลองรีดเค้นสมรรถนะของตัวรถด้วย   มีตัวเลข 9.3 กม./ลิตร  ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้  กับรถที่แรงในระดับนี้

Options

Engine
Number of cylinders 4
Displacement 2013
Drive layout AWD
Horespower 211HP
@ rpm 5,500
Compression ratio Gasoline
Performance
Top Track Speed 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง
0 - 100 mph 6.06
Transmission
Type Automatic Transmission
Displacement 7 Speed
ราคาเพียง ฿ 959 000
รวมภาษีและบริการตรวจเชคสภาพรถ
BodyCompact
Fuel type/เชื้อเพลงEthanol, Gasoline, Petrol
Engine/เครื่องยนต์2.0
Transmission/เกียร์Automatic
Drive/ขับเคลื่อนAWD
Exterior Color/สีภายนอกBlack
Interior Color/สีภายในBlack
Financing calculator
Vehicle price (฿ )
Interest rate (%)
Period (month)
Down Payment (฿ )
Calculate
Monthly Payment
Total Interest Payment
Total Amount to Pay

Contact / ติดต่อด่วนได้ที่