Honda City 1.5 S ปี 2016

Honda City 1.5 S ปี 2016

แม้ว่าชื่อ City จะถูกใช้ในญี่ปุ่น ในช่วงปี 1981 – 1994 กับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก
Sub-Compact Hatchback 3 ประตู ที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยบุคลิก
อันน่ารักของ Htachback หลังคาสูง สไตล์ Tall Boy ไฟหน้าแบบกลม เป็นตัว
ของตัวเอง แถมยังมีตัวถังเปิดประทุน และขุมพลัง Turbo ให้เลือกอีกด้วย แต่เมื่อ
เวลาผ่านไป City รุ่นที่ 2 คลอดออกมาช่วงปี 1986 ตัวรถถูกเปลี่ยนภาพลักษณ์
ให้มีบุคลิกร่วมสอดคล้องกับรถยนต์ Honda รุ่นอืนๆในช่วงนั้น คือ แบน เตี้ย เน้น
กระจกรอบคันบานโตๆ ความสวยงามเพิ่มขึ้น แต่ความน่ารักเริ่มหายไป ทำให้ชื่อ
City ก็ค่อยๆลางเลือนไปจากความทรงจำของชาวญี่ปุ่นในที่สุด

แต่สำหรับเมืองไทย ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เศรษฐกิจของเราเริ่มบูม ผู้คน
มีกำลังซื้อมากขึ้น อยากได้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันเล็กๆ ไว้ขับไปทำงาน และ
ใช้ชีวิตทั้งในฐานะคนโสด และคนกลุ่มที่เพิ่งเริ่มมีครอบครัวเล็กๆ Honda เฝ้า
มองดูการเติบโตนี้อย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ทุ่มพัฒนารถยนต์นั่ง Sedan
คันเล็ก รุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ จากชิ้นส่วนของ Civic EF
และนั่นคือการกลับมาเกิดอีกครั้งหนึ่งของ City

(ทำไม Story มันคล้ายๆกับ Honda Mobilio เลยวะเฮ้ย!)

คนไทยเริ่มรู้จัก Honda City ครั้งแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 1996 ในฐานะรถยนต์
Sedan 4 ประตู คันเล็กที่สุด และมีค่าตัวถูกที่สุด ของ Honda ในเมืองไทย ปีนั้น
เริมเปิดตัวด้วยรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC 1,300 ซีซี 90 แรงม้า (PS) แม้จะกวาด
ยอดขายไปได้เยอะ แต่ Honda ในตอนนั้น ก็สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ลูกค้าไปเยอะ
เพราะทุกคนต่างเฝ้ารอให้เปิดตัวเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ออกมาเลย แต่ Honda กลับ
เลือกที่จะเก็บมันไว้ก่อน แล้วต้องรอให้ Toyota เผยโฉม Soluna ออกมาในเดือน
มกราคม 1997 จึงจะปล่อย City 1,500 ซีซี ออกมา และนั่นก็สายไปแล้ว

Toyota เก็บเกี่ยวยอดขายของ Soluna อย่างอิ่มเอม หนำซ้ำ เศรษฐกิจไทยยังเริ่ม
เข้าสู่วิกฤติ จากการลอยค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 จนบอบช้ำไปหมด
ทั่วทุกหย่อมหญ้า Honda เองก็สาหัส กว่าจะมาตีตื้นเอาคืนได้ ก็ต้องรอจนถึงการ
ปรับโฉม Minorchange เป็น City Type Z เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 1999

แต่พวกเขาก็ดีใจได้ไม่นานนัก เมื่อพวกเขาเปิดตัว City Sedan รุ่นที่ 2 เมื่อช่วง
ต้นเดือนพฤศจิกายน 2002 ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูล้ำสมัย และสร้างจากพื้นฐานของ
Fit / Jazz รุ่นแรก ด้วยโจทย์ที่ว่า “นำความอเนกประสงค์ของ Fit/Jazz มาใส่
ไว้ในตัวถัง Sedan” แต่พอรถคันจริงออกมา เส้นสายผิด Proportion ไปหมด
จนดูเหมือน อุทัยเทวีแห่งศตวรรษที่ 21 อีกทั้งยังเปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ i-DSi ลด
ความแรงลงเหลือแค่ 88 แรงม้า (PS) Toyota ได้ที ยิ้มร่า เลยคลอด Vios ใหม่
ชนเข้าอย่างจัง ในช่วงเดียวกัน ทำเอางาน Motor Expo ปีนั้น ดุเดือดเลือดพล่าน
อย่างหนัก เพราะ 2 สิงห์ เขาห้ำหั่นกัน และผลสุดท้าย Toyota เป็นฝ่ายชนะ
คะแนนไปตามฟอร์ม แม้ว่า Honda จะส่ง รุ่นเครื่องยนต์ 110 แรงม้า (PS)
รวมทั้ง ส่ง Jazz เข้ามาประกบช่วย ก็ยังมียอดขายรวมกันไม่เท่า Vios เพียง
รุ่นเดียวด้วยซ้ำ! เป็นอย่างนี้เรื่อยไปจนหมดอายุตลาดของทั้งคู่!

Honda เฝ้าซุ่มเลียแผลอยู่นาน จนถึงปี 2008 ปล่อยให้ Toyota ชะล่าใจ ออก
Vios รุ่นต่อมาในปี 2007 กันก่อน ถึง 1 ปีครึ่ง พวกเขาจึงปล่อย City รุ่นที่ 3
ออกมาในเดือนกันยายน 2008 ด้วยจุดเด่นของตัวรถ ที่เต็มไปด้วยคุณงามความดี
รอบคัน แถมยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากในทุกด้าน ทำให้ Honda
City ไล่ตีตื้น Toyota Vios ขึ้นมาได้ใกล้ขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นรถยนต์รุ่นที่ทำ
ยอดขายดีที่สุด ในบรรดา Honda ประกอบในเมืองไทย ทุกรุ่น อีกทั้งยังถือเป็น
Honda ประกอบในประเทศที่ได้ชื่อว่า ปัญหาข้อบกพร่องประจำรุ่น น้อยที่สุด
อีกรุ่นหนึ่ง ด้วย!

จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2014 Honda City ถูกผลิตออกจำหน่ายไปแล้วใน
กว่า 55 ประเทศทั่วโลก และมีตัวเลขยอดขายสะสมรวมกันถึง 2,200,000 คัน
(ถึงตอนนี้ คงเยอะขึ้นกว่านี้อีกมาก) ดังนั้น City ใหม่จึงถูกยกระดับความสำคัญ
จากเดิม ที่เคยเป็นเพียงแค่ รถยนต์นั่ง Sedan สำหรับเอาใจตลาด ASEAN ให้
กลายเป็น รถยนต์นั่งที่เอาใจกลุ่มลูกค้าทั่วโลกให้เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

ภายนอก
– ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ สีดำ
– กระจังหน้า สีเทา*

– คิ้วฝากระโปรงท้าย สีเทา*
– มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ
– ระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา
– เสาอากาศ แบบสั้น
– ไล่ฝ้ากระจกหน้า-หลัง
– ล้อ + ฝาครอบล้อ 15 นิ้ว

ภายใน
– สีภายใน สีเบจ
– เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
– ระบบปรับอากาศ
– กุญแจรีโมทพร้อมสวิตซ์เปิดฝากระโปรงท้าย
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– มาตรวัดเรืองแสง สีส้ม
– ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Indicator
– ระบบเซ็นทรัลล็อก
– ช่องจ่ายไฟสำรองด้านหน้า 1 ตำแหน่ง
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
– กระจกมองหลังแบบตัดแสง
– แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด ด้านคนขับ
– ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
– ราวมือจับ 1 ตำแหน่ง
– ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย

ปุ่ม ECON

Options

Engine
Number of cylinders 4
Displacement 2016
Drive layout FWD
Horespower 117HP
@ rpm 6000
Torque 10.2:1
Compression ratio Gasoline
Performance
Top Track Speed 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง
0 - 100 mph 10.48
Transmission
Type Automatic Transmission
Displacement 7-speed Paddle Shift
ราคาเพียง ฿ 369 000
รวมภาษีและบริการตรวจเชคสภาพรถ
BodySedan
Fuel type/เชื้อเพลงEthanol, Gasoline
Engine/เครื่องยนต์1.5
Year/ปี2016
Transmission/เกียร์Automatic
Drive/ขับเคลื่อน2ล้อ
Exterior Color/สีภายนอกWhite, ขาว
Interior Color/สีภายในCream
Financing calculator
Vehicle price (฿ )
Interest rate (%)
Period (month)
Down Payment (฿ )
Calculate
Monthly Payment
Total Interest Payment
Total Amount to Pay

Contact / ติดต่อด่วนได้ที่